You are currently viewing ขายออนไลน์ ไม่ไลฟ์สด สู่ยอดขายหลายร้อยล้าน โดย ไฟซอล ไฉไลอินเตอร์เทรด

ขายออนไลน์ ไม่ไลฟ์สด สู่ยอดขายหลายร้อยล้าน โดย ไฟซอล ไฉไลอินเตอร์เทรด

ขายออนไลน์ ไม่ไลฟ์สด สู่ยอดขายหลายร้อยล้าน โดยคุณไฟซอล เจ๊ะอูมา ประธานบริษัทไฉไลอินเตอร์เทรด ซึ่งนำเสนอแนวคิดและกลยุทธ์การทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องพึ่งพาการไลฟ์สดแบบดั้งเดิม

ขายออนไลน์ ไม่ไลฟ์สด

คุณไฟซอล เจ๊ะอูมา เป็นประธานบริษและผู้ก่อตั้ง บริษัท ไฉไล อินเตอร์เทรด ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเริ่มจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในปี พ.ศ. 2557 และพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนในปี พ.ศ. 2562 บริษัทมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ต่อมาในปี พ.ศ. 2565 ได้ขยายทุนจดทะเบียนเป็น 5 ล้านบาท และปัจจุบันสามารถสร้างรายได้หรือยอดขายผ่านตลาดออนไลน์ได้สูงถึงหลายร้อยล้านบาทต่อปี

ความน่าสนใจของโมเดลธุรกิจนี้คือ เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องออกมา “ไลฟ์สด” ขายของด้วยตัวเองแม้แต่ครั้งเดียว และไม่ต้องออกไปตั้งบูทขายของตามงานต่างๆ, แต่เน้นการสร้างระบบและองค์กรที่ยั่งยืนผ่านกระบวนการการตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ

ประเภทของสินค้าและการจัดจำหน่าย

สินค้าหลักของบริษัท ไฉไล อินเตอร์เทรด เป็น สินค้าประเภทขนมนำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีสินค้าที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ ขนมข้าวโอ๊ต (Oat Crunch) ทั้งไซส์ใหญ่และไซส์เล็ก รวมถึงสินค้าประเภท นูกัต (Nougat) ช่องทางการจำหน่ายของบริษัทมีความครอบคลุมทั้งในส่วนของ Online และ Offline ดังนี้

ตลาดออนไลน์: มีวางจำหน่ายในแพลตฟอร์มหลักอย่าง Shopee, Lazada และ TikTok
ตลาดโมเดิร์นเทรด (Modern Trade): ปัจจุบันมีวางขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำและร้านสะดวกซื้อ เช่น Lotus’s, Makro, CJ Express และ 7-Eleven ในบางสาขา รวมถึงร้านค้าทั่วไป

โครงสร้างการตลาดออนไลน์ 3 ส่วนหลัก (The 3 Circles)
คุณไฟซอลอธิบายว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจมาถึงจุดนี้ได้โดยไม่ต้องไลฟ์สด คือการเข้าใจและใช้เครื่องมือการตลาดออนไลน์อย่างเป็นระบบ ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนหลักที่เกี่ยวเนื่องกัน ดังนี้:

การสร้างแบรนด์ (Branding)

แบรนด์เป็นวงกลมส่วนแรกที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้นธุรกิจ โดยคุณไฟซอลแบ่งการสร้างแบรนด์ออกเป็น 3 ประเภท:

แบรนด์บุคคล (Personal Branding): คือการนำเสนอตัวตนของบุคคลเพื่อให้เป็นที่จดจำ เช่น “โน้ต อุดม แต้พานิช” ที่ใช้ตัวเองเป็นแบรนด์ในการสื่อสาร
แบรนด์สินค้า (Product Branding): คือการสร้างตัวตนให้กับตัวสินค้าโดยตรง ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของสินค้าและตั้งชื่อแบรนด์ขึ้นมาได้ เช่น “น้ำดื่มอิชิตัน”
แบรนด์ร้านค้า (Store Branding): คือการสร้างชื่อเสียงให้กับร้านค้าหรือแพลตฟอร์ม เช่น ร้านอาหาร, เซเว่น-อีเลฟเว่น (7-Eleven) หรือแพลตฟอร์มอย่าง Fastwork

กลยุทธ์สู่ความสำเร็จ: หากต้องการให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ จะต้องมีองค์ประกอบอย่างน้อย 2 ใน 3 ส่วนนี้ เช่น หากมีสินค้า (Product Branding) ก็ต้องทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักเพื่อให้ร้านค้า (Store Branding) อยากนำสินค้าของเราไปวางขาย

การตลาดคอนเทนต์ (Content Marketing)

คือการใช้สื่อออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย สินค้าจะเป็นที่รู้จักได้ไม่ใช่แค่การโพสต์รูปภาพเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีทีมงานที่คอยทำวิดีโอและคอนเทนต์ให้น่าสนใจจนเกิดเป็นไวรัล (Viral) ในช่องทางอย่าง YouTube หรือ TikTok
การตลาดเชิงประสิทธิภาพ (Performance Marketing)
เมื่อมีการสร้างแบรนด์และคอนเทนต์แล้ว ส่วนสุดท้ายคือการวัดผลประสิทธิภาพ คุณไฟซอลเน้นย้ำเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะเป็นส่วนที่ทำให้บริษัทมีกำไร การทำ Performance Marketing คือการดูว่าสิ่งที่ลงทุนไป (เช่น ค่าโฆษณา) ให้ผลลัพธ์กลับมาคุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถวางแผนและวัดผลได้แม่นยำกว่าการตลาดแบบเดิม

องค์ประกอบของทีมการตลาดดิจิทัล
เพื่อให้ระบบทำงานได้โดยที่เจ้าของไม่ต้องออกสื่อเอง บริษัทจึงต้องมีทีมงาน 3 ส่วนสำคัญ:

นักการตลาดดิจิทัล (Digital Marketer): มีหน้าที่วิเคราะห์สินค้า วางแผนราคา วิเคราะห์คู่แข่งและกลุ่มลูกค้า รวมถึงเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสม (Shopee, Lazada, TikTok, Facebook) เพื่อสร้างยอดเข้าชม (Traffic)
ทีมคอนเทนต์และวิดีโอ (Content & Video Team): มีหน้าที่นำสินค้ามาผลิตเป็นวิดีโอรีวิว หรือสื่อที่ดึงดูดใจผู้บริโภค
ทีมวัดผลประสิทธิภาพ (Performance Marketing Team): มุ่งเน้นการจัดการงบประมาณ การยิงโฆษณา (Ads) บน Facebook หรือ TikTok ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและคุ้มทุนที่สุด

อาวุธลับ การตลาดพันธมิตร (Affiliate Marketing)

นี่คือเครื่องมือสำคัญที่สุดที่คุณไฟซอลใช้เพื่อสร้างยอดขายมหาศาลโดยไม่ต้องไลฟ์สดเอง Affiliate Marketing คือการตลาดแบบ “นายหน้าออนไลน์” ซึ่งมีองค์ประกอบ 3 ฝ่าย คือ เจ้าของธุรกิจ, เจ้าของสื่อ (Influencer/Creator), และผู้ซื้อ

วิธีการทำงานของ Affiliate ในบริษัทไฉไล:

บริษัทไม่ได้บังคับให้ใครมาขาย แต่ใช้วิธีนำเสนอสินค้าให้น่าสนใจจนเหล่านักสร้างคอนเทนต์อยากเอาไปขายเอง
ระบบพันธมิตร: ปัจจุบันบริษัทมีพันธมิตรใน TikTok กว่า 57,000 คน ที่นำวิดีโอหรือสินค้าของบริษัทไปโพสต์ลงในช่องของตัวเองและติด “ตะกร้า”
ผลลัพธ์: วิดีโอจากพันธมิตรบางคนมียอดเข้าชมสูงถึง 20-23 ล้านวิว โดยที่บริษัทไม่ต้องเสียเงินจ้างผลิตวิดีโอเหล่านี้โดยตรง แต่จะจ่ายเป็น “ค่าคอมมิชชั่น” ให้กับพันธมิตรเมื่อมีการขายสินค้าเกิดขึ้นจริงเท่านั้น
พลังทวี: หากพันธมิตร 57,000 คน ทำวิดีโอคนละ 10 คลิป บริษัทจะมีคลิปโปรโมทสินค้าบนโลกออนไลน์มากถึง 570,000 คลิป ซึ่งเป็นการสร้างการรับรู้ที่มหาศาลโดยเจ้าของไม่ต้องทำเองทั้งหมด

กลยุทธ์การทำคอนเทนต์วิดีโอ 4 เสาหลัก

สำหรับผู้ที่เริ่มทำออนไลน์ คุณไฟซอลได้แบ่งปันเคล็ดลับการสร้างคอนเทนต์ให้ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยควรมีเนื้อหา 4 ประเภทผสมผสานกันในช่อง

ความบันเทิง (Entertainment): สร้างคอนเทนต์ที่ทำให้คนรู้สึกสนุก มีมุกตลก เพื่อไม่ให้ช่องดูเหมือนเป็นการขายของเพียงอย่างเดียว
แรงบันดาลใจ (Inspiration): สร้างแรงกระตุ้นให้คนอยากเข้ามาร่วมในธุรกิจ หรือทำให้เขารู้สึกว่าสินค้าหรือบริการของเราจะช่วยเปลี่ยนชีวิตเขาให้ดีขึ้นได้
ความรู้ (Knowledge): ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ชม เช่น หากเปิดร้านอาหาร ก็ควรให้ความรู้เรื่องวัตถุดิบหรือวิธีการทำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ
สินค้าและบริการ (Product/Service): นำเสนอขายสินค้าหรือบริการของตัวเองแทรกเข้าไปในสัดส่วนที่เหมาะสม

คุณไฟซอลเริ่มต้นธุรกิจจากการเดินไปเสนอขายสินค้าตามร้านค้าออฟไลน์เป็นเวลาเป็นเดือนแต่กลับไม่มีใครสนใจ เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์มาใช้ เครื่องมือออนไลน์ 100% เพราะออนไลน์ช่วยให้เราเห็นข้อมูลการวัดผลที่ชัดเจน (เช่น ยอดวิว, ยอดขาย) และสามารถสเกลธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นได้ด้วยระบบ

ความสำเร็จของบริษัท ไฉไล อินเตอร์เทรด พิสูจน์ให้เห็นว่า การทำธุรกิจออนไลน์ในยุคปัจจุบันไม่จำเป็นต้องทำตามกระแสการไลฟ์สดเสมอไป หากเรามีการ สร้างแบรนด์ที่แข็งแรง มี คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และใช้ ระบบพันธมิตร (Affiliate) มาเป็นตัวช่วยกระจายสินค้า เราก็สามารถสร้างยอดขายหลักร้อยล้านบาทได้ด้วยการบริหารจัดการหลังบ้านอย่างเป็นระบบ